IIHCDM จัดพิธีอัญเชิญ บวงสรวง และเบิกเนตรพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช “ราชธรรมพิทักษ์” น้อมรำลึกพระเกียรติคุณและสืบสานอุดมการณ์ผู้นำเพื่อแผ่นดิน
กรุงเทพฯ – 18 สิงหาคม 2569 สถาบันพัฒนาและบริหารทุนมนุษย์แบบบูรณาการ (IIHCDM) จัดพิธีอัญเชิญ บวงสรวง และเบิกเนตรพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช “ราชธรรมพิทักษ์” ซึ่งคณะผู้บริหารและผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันจัดสร้างและประดิษฐาน ณ สถาบันพัฒนาและบริหารทุนมนุษย์แบบบูรณาการ เลขที่ 200 ซอยนนทรี 14 ถนนนนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร
การจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระปรีชาสามารถ และพระวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงกอบกู้เอกราชของชาติ ตลอดจนเพื่อให้พระบรมราชานุสาวรีย์เป็นสัญลักษณ์และเครื่องเตือนใจถึงคุณค่าของ ความกล้าหาญ ความเสียสละ ความเด็ดเดี่ยว คุณธรรม และภาวะผู้นำที่คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม
พระบรมราชานุสาวรีย์ได้รับนามว่า “ราชธรรมพิทักษ์” สื่อความหมายถึงการเป็นผู้นำที่ยืนหยัดอยู่บนหลักคุณธรรม ใช้อำนาจและความสามารถเพื่อปกป้องสิ่งที่ถูกต้อง และรับผิดชอบต่อผู้คนและส่วนรวม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ IIHCDM ในการพัฒนาทุนมนุษย์และสร้างผู้นำที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม
พิธีจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 โดยมี ดร.ศรวัสย์ ไพศาลศรวัส และ คุณพัฒน์นรี ไพศาลศรวัส เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้ร่วมจัดสร้าง และผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธี
พิธีในช่วงเช้าเริ่มด้วยพิธีเบิกฤกษ์และพิธีตามจารีต ก่อนเข้าสู่พิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช “ราชธรรมพิทักษ์” โดย อาจารย์ พรหมพนิช แก้วงาม พราหมณ์ผู้ประกอบพิธี พร้อมการรำดาบและการแสดงการต่อสู้ด้วยดาบถวาย เพื่อรำลึกถึงพระวีรกรรมและพระปรีชาสามารถด้านการศึกของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
จากนั้นประกอบ พิธีเบิกเนตรพระบรมราชานุสาวรีย์ โดย พระเมธีวราลงกรณ์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร พร้อมเจริญชัยมงคลคาถา เจิมพระเนตร เจิมพระแสงดาบ และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล
อีกหนึ่งช่วงสำคัญของพิธีคือ พิธีถวายพระแสงดาบแห่งชัยชนะ เชิงสัญลักษณ์ และ พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ ต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการยึดมั่นในความซื่อสัตย์ คุณธรรม ความกล้าหาญ ความเสียสละ และการใช้ภาวะผู้นำเพื่อสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม
ภายหลังพิธีเบิกเนตร มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์โดยพระสงฆ์จำนวน 9 รูป ถวายภัตตาหารเพล และประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่สถาบัน ผู้ร่วมจัดสร้าง และผู้เข้าร่วมพิธี
ในส่วนของพิธีตามคติความเชื่อ มีการน้อมรำลึกถึง พระสุพรรณกัลยา และ สมเด็จพระเอกาทศรถ ตลอดจนประกอบพิธีอัญเชิญอธิบดีนาคราชทั้ง 9 พระองค์ แห่ง 4 ตระกูล เข้าร่วมเป็นสักขีพยานและประทานพรในพิธี
ช่วงเย็นจัดพิธีอัญเชิญนางอัปสรรำถวาย พ่อปู่สุริยะเทวะนาคะ และแม่ย่าสุริโยเทวะนาคินีศรีเทวี ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในบริเวณสถาบัน โดยมีอาจารย์ พรหมพนิช แก้วงาม เป็นผู้ดำเนินพิธีตามจารีต
ดร.ศรวัสย์ ไพศาลศรวัส กล่าวว่า การจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ “ราชธรรมพิทักษ์” มิได้มีความหมายเพียงการสร้างอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ต้องการให้เป็น “สัญลักษณ์แห่งภาวะผู้นำที่ตั้งอยู่บนคุณธรรม” สำหรับผู้บริหาร นักเรียน ผู้ประกอบการ และประชาชนที่เข้ามาศึกษาและพัฒนาตนเอง ณ สถาบันแห่งนี้
«“ความรู้ต้องดำรงอยู่คู่คุณธรรม ความกล้าหาญต้องดำรงอยู่คู่ความถูกต้อง อำนาจต้องดำรงอยู่คู่ความรับผิดชอบ และความเป็นผู้นำต้องมีไว้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม”»
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนเจตนารมณ์ของสถาบันพัฒนาและบริหารทุนมนุษย์แบบบูรณาการ ที่มุ่งพัฒนาคนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะการบริหาร ภาวะผู้นำ คุณธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช “ราชธรรมพิทักษ์” จึงได้รับการประดิษฐานให้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของสถาบัน เพื่อให้ผู้ที่เดินทางเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ได้รำลึกถึงพระเกียรติคุณ และตระหนักว่า ความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้วัดจากอำนาจที่มี หากแต่อยู่ที่การใช้อำนาจ ความรู้ และความสามารถเพื่อปกป้องความถูกต้องและสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่น
พิธีครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของสถาบันพัฒนาและบริหารทุนมนุษย์แบบบูรณาการ ในการเชื่อมโยงบทเรียนจากประวัติศาสตร์เข้ากับการพัฒนาผู้นำและทุนมนุษย์ในโลกยุคใหม่ พร้อมสืบสานคุณค่าของความกล้าหาญ คุณธรรม ความเสียสละ และความรับผิดชอบต่อส่วนรวมให้ส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไป






















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น