ศาลอุทธรณ์สั่งลงโทษกรรมการคอนโดฯ "แฟร์ทาวเวอร์" ปมใช้ห้องชุดผิดวัตถุประสงค์—เจ้าของตลาดมหาชัยเมืองใหม่นำทีมยื่นหนังสือจี้ นิติฯ เร่งจัดระเบียบ
ศาลอุทธรณ์ให้ความเป็นธรรมเจ้าของร่วม! “นายสุรเดช มณีไพศาลสกุล” นำเจ้าของตลาดมหาชัยเมืองใหม่ ยื่นคำพิพากษาถึงนิติ “แฟร์ทาวเวอร์” หลังศาลพิพากษาลงโทษจำเลยซึ่งเป็นกรรมการอาคารชุด
วันที่ 5 ก.ย.2569 : นายสุรเดช มณีไพศาลสกุล ในฐานะผู้วางแผน ประสานงาน และตัวแทน นำ นางสาวศิญารัตน์ อิสระวงศ์ชัย เจ้าของตลาดมหาชัยเมืองใหม่ ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดและเจ้าของร่วมภายในอาคารแฟร์ทาวเวอร์ เข้ายื่นหนังสือพร้อมสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อนิติบุคคลอาคารชุด หลังข้อพิพาทเกี่ยวกับการนำห้องชุดไปใช้ประกอบกิจการเกิดขึ้นและสร้างความเดือดร้อนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 จนคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ฝ่ายเจ้าของร่วมระบุว่า ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาลงโทษจำเลย ส่งผลให้ฝ่ายเจ้าของร่วมผู้ได้รับความเดือดร้อนเป็นฝ่ายชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยจำเลยในคดีดังกล่าวมีสถานะเป็นกรรมการของอาคารชุดแห่งนี้ด้วย
ฝ่ายเจ้าของร่วมมองว่า ผลคำพิพากษาครั้งนี้ถือเป็นการให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ได้รับความเดือดร้อน หลังต้องติดตามปัญหามาตั้งแต่ปี 2564 และต้องการให้นิติบุคคลนำคำพิพากษามาประกอบการตรวจสอบและกำกับดูแลการใช้ห้องชุดอย่างจริงจัง รวมถึงดูแล สอดส่อง และรับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าของร่วมอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาถูกปล่อยปละละเลยจนกลายเป็นข้อพิพาทและคดีความเช่นที่ผ่านมา
ระหว่างการเข้ายื่นหนังสือ ได้เกิดการโต้แย้งระหว่างฝ่ายเจ้าของร่วมกับเจ้าหน้าที่นิติบุคคลบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง ในประเด็นการอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าพื้นที่ทำข่าว เนื่องจากฝ่ายนิติบุคคลมีหนังสือไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าพื้นที่ ขณะที่ฝ่ายเจ้าของร่วมยืนยันว่า สื่อมวลชนไม่ได้เข้ามาโดยพลการ แต่ได้รับเชิญและอนุญาตจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ เพื่อเข้ามาติดตามการยื่นเรื่องและทำข่าวเพื่อรักษาสิทธิของเจ้าของร่วม
ก่อนเข้าพื้นที่ ฝ่ายเจ้าของร่วมได้ให้ ที่ปรึกษาและผู้รับมอบอำนาจไปลงบันทึกประจำวันต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน ว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นผู้อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ามาติดตามทำข่าว จึงเกิดข้อโต้แย้งระหว่างหนังสือของนิติบุคคลที่ไม่อนุญาตให้สื่อเข้า กับฝ่ายเจ้าของร่วมที่ยืนยันว่าตนเป็นผู้เชิญและให้ความยินยอมแก่สื่อมวลชน
ทั้งนี้ การลงบันทึกประจำวันเป็นการบันทึกข้อเท็จจริงและเจตนาของผู้แจ้งไว้เป็นหลักฐาน มิได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วินิจฉัยรับรองสิทธิทางกฎหมายของฝ่ายใด ส่วนข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของร่วมและอำนาจของนิติบุคคลในการควบคุมพื้นที่ส่วนกลางต้องพิจารณาตามข้อบังคับอาคารชุดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ตลอดการยื่นหนังสือมี เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าร่วมสังเกตการณ์และดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุเผชิญหน้าหรือการกระทบกระทั่งระหว่างผู้เกี่ยวข้อง
นางสาวศิญารัตน์ฯ ยังเรียกร้องให้ผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดและคณะกรรมการลงมารับหนังสือและรับฟังข้อร้องเรียนด้วยตนเอง แต่ในช่วงที่มีการยื่นเรื่อง ไม่ปรากฏว่าผู้จัดการหรือกรรมการลงมาพบตามที่ร้องขอ โดยมีเจ้าหน้าที่ของนิติบุคคลเป็นผู้ดำเนินการรับเรื่องในพื้นที่
ด้าน นายสุรเดช มณีไพศาลสกุล ระบุถึงจุดประสงค์ของการดำเนินการครั้งนี้ว่า ต้องการให้นิติบุคคลรับทราบผลคำพิพากษา และนำกรณีที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนในการกำกับดูแลอาคารชุด โดยเฉพาะการตรวจสอบข้อร้องเรียนของลูกบ้านให้ชัดเจน และดำเนินการภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่โดยไม่ปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ
ช่วงท้ายแถลงข่าว หญิง 2 รายเข้าถ่ายภาพ–เจ้าของร่วมประสานตำรวจตรวจสอบ
ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว เกิดเหตุหญิงจำนวน 2 รายเข้ามาถ่ายภาพนางสาวศิญารัตน์ฯ โดยฝ่ายเจ้าของร่วมระบุว่าบุคคลทั้งสองไม่ได้แสดงตนว่าเป็นสื่อมวลชน ทำให้สื่อมวลชนที่อยู่ในเหตุการณ์ทักท้วงและสอบถามถึงวัตถุประสงค์ในการเข้ามาถ่ายภาพ
นางสาวศิญารัตน์ฯ แสดงเจตนาว่า ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกดังกล่าวเข้ามาถ่ายภาพตน จึงมีการโทรศัพท์ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ โดยตำรวจได้สอบถามและบันทึกข้อมูลของบุคคลดังกล่าวไว้เพื่อประกอบการตรวจสอบ
ฝ่ายเจ้าของร่วมยังตั้งข้อสังเกตว่า จากการตรวจสอบในขณะนั้นไม่พบข้อมูลว่าหญิงทั้งสองได้ลงทะเบียนหรือเขียนขออนุญาตเข้าอาคารตามขั้นตอนสำหรับบุคคลภายนอก จึงขอให้นิติบุคคลตรวจสอบทะเบียนผู้มาติดต่อและข้อมูลการเข้าออกอาคาร เพื่อยืนยันว่าบุคคลทั้งสองเข้ามาได้อย่างไรและมีผู้ใดอนุญาตหรือไม่
ประเด็นดังกล่าวทำให้ฝ่ายเจ้าของร่วมตั้งคำถามถึง มาตรฐานการควบคุมบุคคลภายนอกของอาคาร เนื่องจากก่อนหน้านั้นมีการโต้แย้งอย่างเคร่งครัดไม่ให้สื่อมวลชนซึ่งเจ้าของร่วมเป็นผู้เชิญเข้าพื้นที่ แต่กลับปรากฏบุคคลอื่นเข้ามาถึงบริเวณแถลงข่าวได้ จึงเรียกร้องให้นิติบุคคลตรวจสอบข้อเท็จจริงและใช้หลักเกณฑ์การรักษาความปลอดภัยอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเข้าอาคารของหญิงทั้งสอง รวมถึงการลงทะเบียนหรือการได้รับอนุญาต ยังต้องรอการตรวจสอบจากนิติบุคคลและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ข้อโต้แย้งเรื่องการเข้าพื้นที่ของสื่อมวลชนต้องพิจารณาตามข้อบังคับอาคารชุดและกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ฝ่ายเจ้าของร่วมยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมดมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและรักษาสิทธิของเจ้าของร่วม พร้อมเรียกร้องให้นิติบุคคลนำผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาเป็นแนวทางในการกำกับดูแลอาคาร รับฟังข้อร้องเรียน และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันอีก
สื่อพร้อมเปิดพื้นที่ให้นิติบุคคลอาคารชุด คณะกรรมการ จำเลยในคดี และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแสดงหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้การนำเสนอข่าวเป็นไปอย่างครบถ้วนและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ทีมข่าวเฉพาะกิจ จะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
ติดต่อ ร้องเรียน/ชี้แจง
0969099986






















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น