“ดร.ณัฐวุฒิ” เตรียมกล่าวโทษคดีอาญา “สมชัย ศรีสุทธิยากร-พริษฐ์ วัชรสินธุ” พร้อมพวกรวม 6 คน ปมบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย พร้อมยื่น ป.ป.ช. ดำเนินการ “ไอติม พริษฐ์” กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
วันที่ 30 กันยายน 2569 สืบเนื่องศาลรัฐธรรมนูญมีมติบัตรเลือกตั้งคิวอาร์โค้ด 9 ต่อ 0 และบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด 8 ต่อ 1 โดยวินิจฉัยในข้อสาระสำคัญ การจัดการเลือกตั้งของ กกต. ไม่ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ และไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะนั้น
ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม มือกฎหมายมหาชน, ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ (MD) บริษัท AURELIAN GROUP และบริษัทในเครือ AG กล่าวว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญระบุชัดว่า บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อ ไม่อาจเชื่อมโยงกันได้ โดยการรักษาความลับโดยใช้กฎหมายกำกับและควบคุม โดย พ.ร.ป.ส.ส. และระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2566 และตนเองเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญกฎหมายมหาชนให้แก่ฝ่าย กกต. ผู้ถูกร้องทั้งสอง ให้ความเห็นเป็นไปตามหลักวิชาการ และเป็นไปตามหลักการที่ศึกษาเล่าเรียน เพราะตนเองจบปริญญาเอกด้านกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเขียนวิจัยดุษฎีนิพนธ์กระบวนการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. โดยตรง โดยในระหว่างศึกษาไปลงพื้นที่ประเทศอังกฤษ สกอตแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี รวมถึงประเทศในภูมิภาคอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินเดีย ไปดูว่า กกต. ในต่างประเทศเขาจัดการเลือกตั้งกันอย่างไร ใช้บัตรเลือกตั้งแบบไหน ในภาคพื้นยุโรป
เขาใช้กันมาตั้งนานแล้ว เป็นความลับ รวมถึงสิงคโปร์ แต่บ้านเรามีกลุ่มพวกละครลิง ปั่นป่วนการเลือกตั้งซ่อมและไปปั่นหัวประชาชน โดยเฉพาะพรรคส้ม
ขณะนี้ น้ำท่วม กทม. ส.ส.พรรคส้มทั้ง 33 เขต หายหัวไปไหน ดีแต่ปั่นโซเชียล อย่าไปเลือกไอ้พวกนี้มาอีกนะ พวกไม่อดนม เวลาประชาชนเดือดร้อน มันหายหัวเงียบกริบ ถามว่า ไอ้เท้ง จะไปอำเภอนายายอามทำไม ฝั่งธนบุรีน้ำท่วม ทำไมไม่มาช่วย จะไปทำคอนเทนต์เพื่ออะไร
โดยเฉพาะนิด้าโพล กลุ่มพรรคส้ม ปั่นกระแสให้ความนิยมอันดับหนึ่ง ทุเรศ ขนาดน้ำท่วมมีแต่คอนเทนต์ ให้มาถามได้นิด้าโพลมาถามตนบ้างสิ ตนจะต้องตอบว่า ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีคะแนนนิยมสูงสุด อันดับ 1 ไอ้โพลปั่น โพลรับจ้างหรือไม่ ต้องไปถามไอ้โพล ไร้น้ำยา ปั่นแต่กระแส คะแนนนิยมไอ้เท้งอยู่ตรงไหน ในเมื่อถูกกล่าวหาในคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ปมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติจริยธรรมอย่างร้ายแรงในคดี 44 ก้าวไกล ตนฟันธงล่วงหน้า ไม่รอด ไม่อาจหักล้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะผูกพันทุกองค์กร โดยศาลฎีกาฯ ใช้มติเสียงข้างมาก จำนวน 9 ท่าน จะหักล้างสำนวน ป.ป.ช. ได้อย่างไร ใช้ทนายอ่อนหัด
พวกนี้รุ่นน้องตนทั้งนั้น ถามว่า ไอ้เท้ง มันมีความนิยมทางการเมืองตรงไหน ให้พี่น้องประชาชนจับไต๋ ไอ้โพลปั่น โพลบ้องตื้น ไอ้โพลส้ม ขัดหลักธรรมชาติ ถ้าให้พวกนี้บริหารประเทศ นักธุรกิจอย่างตนไม่กล้าลงทุน เพราะอาจภาวะเงินฝืด ประเทศล้มละลายแน่ ยุคนี้ต้องท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทยบริหารประเทศเท่านั้น เพื่อนๆ นักธุรกิจภาคพื้นยุโรป เขากล้ามาลงทุนในไทย
ส่วนน้ำท่วม ให้ไปดูปี 2554 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่บอกว่า “เอาอยู่” บ้านตนน้ำท่วมถึง 2 เดือนกว่า เสียหายหลายสิบล้านบาท ในวันที่ 25-29 กันยายน 2569 ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีมติ ครม.พิเศษ ให้หยุดราชการในเขต กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ วางแผนบริหารจัดการน้ำและมอบให้ ครม. แต่ละคนดูแลพี่น้องประชาชนในภูมิภาคต่างๆ
ถือว่า รัฐบาลนี้แก้ปัญหามาถูกทางแล้วและแก้ตรงจุด แตกต่างปี 2554 ไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้เก็บของไม่ทัน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า หนักกว่านี้ วิจารณ์ท่านได้ แต่อย่าไปด่าท่าน สงสารคนทำงาน เพราะท่านยึดผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ลงพื้นที่แก้ปัญหาบัญชาเหตุการณ์ด้วยตนเอง หากเทียบปี 54 ล้มเหลวหนัก เพราะเขื่อนบางโฉมศรีแตก น้ำทะลัก แต่รัฐบาลเพื่อไทยในขณะนั้นกลับปิดข่าว ใครบอกว่าไม่จริง ออกมาแสดงตนได้เลย ตนจะจัดหนักให้
ส่วนคดีรัฐธรรมนูญ เรื่องพิจารณาคดี ต.30/2569 กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องรับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณี กกต. และคณะ ผู้ถูกร้อง ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไปวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์โค้ด (QR Code) น่าเชื่อได้ว่า สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4, 25, 32, 34, 50 (7), 83 วรรคสอง, 85, 95, 224 หรือไม่
วันที่ 28 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดใน 2 ประเด็น ปมบัตรเลือกตั้ง ส.ส. บัญชีรายชื่อ (Barcode) มติ 8 ต่อ 1
ปมบัตรรหัสคิวอาร์โค้ด (QR Code) มติ 9 ต่อ 0
ผลของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ตุลาการ องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคท้าย
ภาษาชาวบ้าน คือ ศาลตัดสินว่า กกต. มีอำนาจกระทำได้ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญและไม่ตกเป็นโมฆะ พูดภาษากฎหมาย ไม่ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ ภาษารัฐศาสตร์ กกต. มีอำนาจในการบริหารจัดการและกำกับควบคุมดูแลและป้องกันปลอมแปลง ทุจริตการเลือกตั้ง โดยมีกฎหมายกำกับควบคุมอีกชั้น จึงเป็นความลับ ไม่อาจตรวจสอบและไม่อาจรู้ว่า ประชาชนจะใช้สิทธิหรือคะแนนเลือกใคร หากพูดให้ชัดอีก คือ บัตรเลือกตั้งที่ใช้สิทธิ ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อ ไม่อาจเชื่อมกันได้ เพราะ กกต. กำกับควบคุมดูแล ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ส่วนศรนั้นจะกลับไปยังนายสมชัย ศรีสุทธิยากร นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ส.ส.ไอติม กับบริวารของนายสมชัยฯ คดีจะตามมาเป็นพรวน เป็นคดีอาญาแผ่นดิน
แม้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวโทษไปแล้วหรือไม่ก็ตาม ย่อมไม่ตัดสิทธิตนที่กล่าวโทษอาญาแผ่นดินที่จะดำเนินคดีกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. นายพริษฐ์ หรือไอติม วัชรสินธุ ส.ส.พรรคประชาชน นายธรรมธีร์ หรือเรือบิน สุกโชตรัตน์ นายะนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ นายชัยพนธ์ หรือชัย ชวาลาณิชชัย นายทรงพล เรืองสมุทร
ในสัปดาห์นี้ ตนจะเดินทางไปกล่าวโทษคดีอาญาแผ่นดินกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กับพวก ส.ส.ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ และสมุนของนายสมชัยฯ รวม 6 คน เพื่อให้ดำเนินคดีอาญาหลายข้อหา และยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช. เชือด ส.ส.ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ กรณีเป็น ส.ส. จงใจใช้อำนาจในหน้าที่ในการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219, 235 วรรคหนึ่ง วรรคสี่ ประกอบมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงฯ พ.ศ. 2561
จะต้องดำเนินคดีอาญาให้เด็ดขาด เพราะเป็นคดีอาญาแผ่นดิน คนพวกนี้เป็นเพียงละครลิง ทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ ไม่มีงานทำ คนว่างงาน ทั้งนายสมชัยฯ และลูกสมุน ส่วนข้อหาจะเป็นข้อหาเดียวกับที่นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ไปแจ้งความที่กองปราบปราม แต่ไม่ซ้ำซ้อนกับตน
เพราะตนพบเห็นการกระทำและประสงค์กล่าวโทษและดำเนินคดีอาญากับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กับพวก และจะไปยื่นเชือด ส.ส.ไอติม ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง พวกคุณทำอะไรกับแผ่นดินไว้ ต้องเจอตออย่างตน ประชาชนไม่ควรเสียภาษีเงินเดือนให้กับ ส.ส. ประเภทนี้ ปั่นสังคม ถึงเวลาเช็กบิล เอาคืนทุกดอก รับรองสนุกแน่ ติงส้ม หูตาสว่างได้แล้ว
กลุ่มนี้จะไปรวมกลุ่มใน กมธ.กฎหมาย และ กมธ.องค์กรศาลฯ สภาผู้แทนราษฎร ใช้น้ำ ใช้ไฟ ใช้แอร์ในสภา และโดยแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น และตั้งอนุกรรมาธิการ สาขาแยกย่อย และเอาคนกลุ่มนี้ไปแต่งตั้ง ตนกล่าวโทษที่ สน.บางโพ ไปแล้ว และได้ยื่นให้ ป.ป.ช. เชือดไปแล้วคดีหนึ่ง ให้พี่น้องประชาชนไปดูรายชื่อเอง ตนจะกล่าวโทษ กมธ.กฎหมายฯ ยกชุด เพิ่มเติมอีก นายรังสิมันต์ โรม ปธ.กมธ.กฎหมาย จงใจใช้อำนาจโดยมิชอบ ตนไม่เอาไว้
ต้องนำเรียนพี่น้องสื่อมวลชนว่า คดีที่ตนได้กล่าวโทษกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร สน.ทองหล่อ 3 คดี ปมระดมทุนบริจาคสู้ กกต. ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมฯ ร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน (สตช. โอนสำนวนคดีอาญา กองบัญชาการตำรวจนครบาล (สน.ทองหล่อ) ให้กองบัญชาการสอบสวนกลาง (กองปราบปราม) ทำคดีแทน
กรณีปั่นจักรยานหน้า สน.ทองหล่อ ตนแจ้งความกลับนายสมชัยฯ กับพวก เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ข้อหาทำร้ายร่างกายฯ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวนเพื่อกลั่นแกล้งให้บุคคลอื่นต้องรับโทษทางอาญา ร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงานเปิดเผยความลับสำนวนคดี สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
สน.ทุ่งสองห้อง จำนวน 2 คดี ปม คสช. ออกคำสั่ง 4/2561 ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งกรรมการในองค์กรอิสระจงใจใช้อำนาจขัดกันในผลประโยชน์และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ เป็นกรรมการในองค์กรอิสระฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และปมปกปิดคุณสมบัติและต้องห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทุจริต ทำให้ราชการเสียหาย (ส.ส.พนิดา หรือผึ้ง มงคลสวัสดิ์)






















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น