"พรรคไทยชนะ" จี้ทบทวนนโยบาย “1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา” หวั่นกระทบความปลอดภัยประชาชน หนุนสเปกพยาบาลวิชาชีพ-ยกระดับ รพ.สต.
กรุงเทพฯ — 20 ตุลาคม 2569: พรรคไทยชนะ ออกแถลงการณ์คัดค้านนโยบาย “1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา” ของกระทรวงสาธารณสุข แสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของประชาชนในการรับบริการทางการแพทย์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนโครงการดังกล่าวอย่างรอบคอบ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่อย่างตรงจุดแทน
นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะ เปิดเผยจุดยืนผ่านแถลงการณ์ว่า พรรคมีความกังวลต่อแนวคิดการจัดตั้งและเปิดรับสมัคร "อาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.)" ผ่านการอบรมระยะสั้นเพียง 240 ชั่วโมง เพื่อทำหน้าที่ดูแลสุขภาพและความเจ็บป่วยของประชาชนในระดับตำบลและหมู่บ้าน เนื่องจากงานด้านสุขภาพและการดูแลชีวิตมนุษย์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะเฉพาะทางที่ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวด
“พรรคไทยชนะมองว่า หลักสูตรการอบรมเพียง 240 ชั่วโมง อาจไม่เพียงพอต่อการรับมือกับภาวะวิกฤต หรือโรคที่มีความซับซ้อน ซึ่งอาจสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยโดยไม่เจตนา รัฐบาลจึงควรพิจารณาถึงมาตรฐานการรักษาและขอบเขตการปฏิบัติงานอย่างรัดกุม” นายจักรพงศ์กล่าว
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุถึงบทบาทสำคัญของพยาบาลวิชาชีพ ซึ่งต้องผ่านการศึกษาระดับอุดมศึกษาไม่น้อยกว่า 4 ปี และต้องสอบผ่านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย ดังนั้น การแก้ปัญหาสาธารณสุขที่ยั่งยืนจึงควรเน้นการสร้างขวัญกำลังใจ เพิ่มสิทธิประโยชน์ และยกระดับการทำงานของบุคลากรเดิม ไม่ว่าจะเป็นพยาบาลวิชาชีพ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รวมถึงการเพิ่มศักยภาพของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้มีความเข้มแข็งและมีทรัพยากรที่เพียงพอ
ในส่วนของมิติด้านงบประมาณ พรรคไทยชนะตั้งข้อสังเกตว่า หากโครงการนี้ขยายครอบคลุมทั่วประเทศทั้ง 7,255 ตำบล และ 75,086 หมู่บ้าน อาจต้องใช้เงินงบประมาณแผ่นดินมหาศาล ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อความไม่คุ้มค่าและอาจเกิดความซ้ำซ้อนในการทำงาน รัฐบาลจึงควรพิจารณานำงบประมาณดังกล่าวไปปรับปรุงค่าตอบแทนและพัฒนาระบบสนับสนุนบุคลากรสาธารณสุขด่านหน้าที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
พร้อมกันนี้ พรรคไทยชนะประกาศสนับสนุนสมาคมวิชาชีพพยาบาลแห่งประเทศไทย และองค์กรพยาบาลทั่วประเทศ ในการรวบรวมรายชื่อประชาชนจำนวน 100,000 รายชื่อ เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลภายในวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เพื่อคัดค้านนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นทางการ พร้อมเชิญชวนภาคประชาชนร่วมลงชื่อแสดงพลังในครั้งนี้ด้วย
นายจักรพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายย้ำจุดยืนของพรรคว่า “ชีวิต ความเจ็บไข้ได้ป่วย และความปลอดภัยของประชาชน มิใช่เรื่องที่จะนำมาสร้างเครือข่ายทางการเมือง” พร้อมจี้ให้รัฐบาลทบทวนนโยบายดังกล่าวโดยยึดถือประโยชน์และความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนเป็นหลัก
























ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น