การประชุมนานาชาติ THA2022 แนะการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน - ผู้นำวันนี้ DAILY

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad



วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565

การประชุมนานาชาติ THA2022 แนะการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

การประชุมนานาชาติ THA2022 แนะการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

ปรับใช้ระบบนิเวศตามธรรมชาติ พร้อมเร่งส่งเสริมเกษตรกรให้มีควารู้ การจัดการธาตุอาหาร การใช้น้ำ และพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า งานประชุมระดับนานาชาติในหัวข้อเรื่อง “การมุ่งสู่การจัดการน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืนหลังโควิด-19” หรือ THA 2022 International Conference on Moving Towards a Sustainable Water and Climate Change Management After COVID-19 จะช่วยให้เกิดการการรวบรวมความรู้ ประสบการณ์ ปัจจุบัน และแนวโน้ม แนวคิดล่าสุดในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการน้ำ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งการเผยแพร่งานวิจัยและความรู้จากการวิจัยระหว่างนักวิชาการของไทย และเอเชีย เกิดการการสร้างเครือข่ายนักวิจัยทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศละการจัดการน้ำเพื่อความยั่งยืน และการเผยแพร่งานและการบริหารงานวิจัย สู่นักวิชาการในอาเซียนและเอเชีย ซึ่งประเทศไทยจะสามารถใช้เวทีการประชุมนี้เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำ ภัยพิบัติ และการพัฒนาที่ยั่งยืนกับนานาประเทศ และเป็นการพัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและบุคลการด้านน้ำให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้ประเทศไทยและโลกพัฒนาได้อย่างยั่งยืน ประชากรไทยและประชากรโลกมีคุณภาพชีวิตที่ดี 


ทั้งนี้ จากการการอภิปรายมีการสรุปความก้าวหน้าของการบริหารจัดการน้ำภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแนวทางต่อไป โดยเริ่มจาก Prof. Taikan Oki, The University of Tokyo นำเสนองานวิจัยโครงการ ADAP-T เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำภายใต้ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยต่อประเด็นด้านน้ำ ชายฝั่ง ตะกอน และภาคชนบท โดยเชื่อมโยงด้านเทคนิคสู่ด้านนโยบาย (co-design) ร่วมกับกรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ โดยเน้นร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่และคนรุ่นใหม่ 

ขณะที่ Dr. Klaus Schmitt จาก GIZ ได้เสนอการปรับตัวโดยใช้ระบบนิเวศตามธรรมชาติ โดยใช้ตัวอย่างของประเทศฟิลิปปินส์และเวียดนาม  และยกตัวอย่างการใช้ป่าชายเลนในการช่วยลดการกัดเซาะชายฝั่งที่เป็นดินโคลน ประเด็นที่สำคัญคือ ใช้มาตรการการปรับตัวโดยใช้ระบบนิเวศตามธรรมชาติ ให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ ทั้งวิธีการและขนาดของปัญหา และควรมีการศึกษาวิจัยประกอบเพื่อหาความเหมาะสม

Prof. Sangam Shrestha จาก AIT ได้นำเสนอความก้าวหน้าของสถานะของ SDGs รวมถึงประเด็นที่สำคัญในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ที่ได้รับผลกระทบทั้งจากธรรมชาติ คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบจากมนุษย์ เช่น การบริหารจัดการเขื่อนพลังงานน้ำและการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน Prof. Sangam สรุปว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายของ SDGs ในอนาคต งานวิจัยจะมีส่วนเสริมให้เราปรับตัวต่อผลกระทบนี้ได้ดียิ่งขึ้น 

Dr. Zaki จากมาเลเซีย ได้เสนอแนวทาง “ Water Sector Transformation ” ภายใต้แผนการพัฒนาของประเทศมาเลเซีย เพื่อเร่งการใช้ IWRM เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย SDGs ผ่านกระบวนการเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำและใช้น้ำเพื่อโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยครอบคลุมมิติของ คน โครงสร้าง ข้อมูล การเงิน และธรรมาภิบาล และสรุปว่า การบริหารจัดการน้ำในอนาคตจะมีความยุ่งยากมากขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอนในอนาคต ทั้งด้านภูมิอากาศและจากกิจกรรมของมนุษย์ การวางแผนที่เชื่อมโยงกัน ให้สามารถปรับตัวกับความไม่แน่นอนเหล่านี้ เป็นประเด็นที่สำคัญของมนุษยชาติ 

ด้าน Dr.Benoit Bosquet จากธนาคารโลก บรรยายในหัวข้อ  Water Disaster Management Towards SDG and Post Covid  โดยระบุว่า ธนาคาดโลกได้ดำเนินการด้านต่างๆ เพื่อสนับสนุนการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การสนับสนุนเงินทุนเพื่อพัฒนาระบบสุขาภิบาลและชลประทาน การพัฒนาแผนงานและรายงานต่างๆ เช่น Climate Change Action Plan (CCAP) และ Country Climate Development Report (CCDR) การสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเฉพาะในนาข้าวซึ่งเป็นแหล่งที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยาการในปริมาณสูง การส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับการจัดการธาตุอาหารหรือการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมแก่ข้าว การใช้น้ำและพลังงานอย่างมีประสิทธภาพ จะช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการปลูกข้าวได้

Mr.Christophe Bahuet จาก UNDP บรรยายในหัวข้อ Water Management under Climate Change เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบอย่างกว้างขวางต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสังคมและเศรษฐกิจรวมถึงการจัดการน้ำด้วย การใช้มาตรการการเงินสามารถเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยระดมทุนเพื่อมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อภัยพิบัติได้  

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)  บรรยายในหัวข้อ Water Management in Thailand and Towards SDG กล่าวว่า การจัดการน้ำในประเทศไทยมีความเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยเฉพาะ SDG 6 จากการประเมินการดำเนินงานเทียบกับ SDG 6 พบว่า ยังคงมีประเด็นความท้าทายด้านคุณภาพน้ำ มูลค่าน้ำ การเพิ่มประสิทธิการใช้น้ำเชิงเศรษฐกิจ และการจัดการเชิงบูรณาการ

อย่างไรก็ตาม จากการจัดการประชุมระดับนานาชาติในหัวข้อเรื่อง “ การมุ่งสู่การจัดการน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืนหลังโควิด-19 ” ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืนหลังโควิด-19 และเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาของโลกให้บรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ที่กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) นั่นเอง 

Post Bottom Ad




Pages