กรมศุลกากรร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศ แถลงผลงานการจับกุมสินค้าหลีกเลี่ยงอากรตอบโต้การทุ่มตลาด และสินค้าสวมสิทธิ์ ปลอมแปลงถิ่นกำเนิด
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ร่วมแถลงผลงานการจับกุมสินค้าหลีกเลี่ยงอากรตอบโต้การทุ่มตลาด และสินค้าสวมสิทธิ์ปลอมแปลงถิ่นกำเนิด
ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2569 มูลค่าความเสียหายกว่า 503 ล้านบาท ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคาร 1 กรมศุลกากร
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 กรมศุลกากร
ได้บูรณาการความร่วมมือกับกรมการค้าต่างประเทศ ในการตรวจสอบสินค้าที่ต้องสงสัยว่ามีการหลีกเลี่ยงอากรตอบโต้ การทุ่มตลาด (Anti-Dumping) รวมถึงสินค้าที่แอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อสวมสิทธิ์ในการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลด้านการปกป้องระบบเศรษฐกิจและสนับสนุนผู้ประกอบการภายในประเทศให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างเป็นธรรม เนื่องจากการนำเข้าสินค้าในราคาต่ำกว่ากลไกตลาดส่งผลกระทบโดยตรงต่อฐานการผลิต การลงทุน และอัตราการจ้างงานในประเทศ กรมศุลกากรจึงยกระดับความเข้มงวดในการตรวจปล่อยสินค้าและบังคับใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม
ทั้งนี้ จากการดำเนินงานตั้งแต่ตุลาคม 2568 ถึงกุมภาพันธ์ 2569 กรมศุลกากรสามารถจับกุมสินค้าหลีกเลี่ยงอากรตอบโต้การทุ่มตลาด มูลค่า 109.92 ล้านบาท และสินค้าสวมสิทธิ์ ปลอมแปลงถิ่นกำเนิด มูลค่า 393.36 ล้านบาท
รวมมูลค่ากว่า 503 ล้านบาท ซึ่งมีกรณีที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
1. สินค้าหลีกเลี่ยงอากรตอบโต้การทุ่มตลาด โดยกรมศุลกากรและกรมการค้าต่างประเทศได้ร่วมกันตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิดดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว พบว่าในช่วงเดียวกัน มูลค่าการจับกุม
เพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 61 โดยกรมศุลกากรมีผลการจับกุมรายหน่วยงาน ดังนี้
- กองสืบสวนและปราบปราม ได้จับกุมสินค้าประเภท “อะลูมิเนียมอัดขึ้นรูป โปรไฟล์ทำด้วยอะลูมิเนียม และของในลักษณะเดียวกัน” รวม 49 ราย มูลค่า 47.17 ล้านบาท ส่งผลให้อากรตอบโต้การทุ่มตลาดขาด 9.28 ล้านบาท และได้จับกุมสินค้าประเภท “ท่อเหล็ก และเหล็กกล้าชนิดเชื่อมตะเข็บ” รวม 16 ราย มูลค่า 8.95 ล้านบาท ส่งผลให้อากรตอบโต้การทุ่มตลาดขาด 4.1 ล้านบาท
- สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ได้จับกุมสินค้าประเภท “อะลูมิเนียมอัดขึ้นรูป โปรไฟล์อะลูมิเนียม ประตู ขอบลิ้นชักที่ทำด้วยอะลูมิเนียม รวมถึงของอื่น ๆในลักษณะเดียวกัน” รวม 63 ราย มูลค่า 14.72 ล้านบาท ส่งผลให้อากรตอบโต้การทุ่มตลาดขาด 7.38 ล้านบาท และได้จับกุมประเภท “ท่อเหล็ก แผ่นรีดทำด้วยเหล็ก รางเหล็ก และอื่น ๆ
ในลักษณะเดียวกัน” รวม 24 ราย มูลค่า 7.28 ล้านบาท ส่งผลให้อากรตอบโต้การทุ่มตลาดขาด 3.8 ล้านบาท
- สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ได้จับกุมสินค้าประเภท “อะลูมิเนียมอัดขึ้นรูป โปรไฟล์ทำด้วยอะลูมิเนียม อุปกรณ์ยึดแผงโซล่าเซลล์ และของในลักษณะเดียวกัน” รวม 46 ราย มูลค่า 31.26 ล้านบาท ส่งผลให้อากรตอบโต้การทุ่มตลาดขาด 5.27 ล้านบาท
กรณีดังกล่าวเป็นความผิดพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
2. สินค้าสวมสิทธิ์ ปลอมแปลงถิ่นกำเนิด โดยกรมศุลกากรและกรมการค้าต่างประเทศได้ร่วมกันตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิดดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว พบว่าในช่วงเดียวกัน มูลค่าการจับกุม
เพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 142 โดยกรมศุลกากรมีการจับกุมรายสำคัญ ดังนี้
- สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ได้จับกุมสินค้าสวมสิทธิ์และปลอมแปลงถิ่นกำเนิด ซึ่งนำเข้าจากประเทศจีน แต่ผลิตภัณฑ์ ระบุข้อความ “Made in Thailand” ได้แก่ ปลอกหมอน ปลอกหุ้มเก้าอี้ลอยน้ำแบบเป่าลม ชุดว่ายน้ำสำหรับเด็กแบบห่วงลอยน้ำ ห่วงยางเป่าลม และปลอกหุ้มผ้าสำหรับห่วงยาง จำนวนรวม 50,824 ชิ้น มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 11.2 ล้านบาท และตัวหนีบนิ้วพลาสติกสำหรับทำเล็บ และตลับกระจก จำนวนรวม 85,320 ชิ้น มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 4.94 ล้านบาท
นอกจากนี้ได้จับกุมสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและปลอมแปลงถิ่นกำเนิด ซึ่งนำเข้าจากประเทศจีน แต่ผลิตภัณฑ์ ระบุข้อความ “Made In Japan” ได้แก่ โคมไฟ Solar Light Panasonic จำนวน 425 ชิ้น มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 3.51 ล้านบาท
- กองสืบสวนและปราบปราม ได้ตรวจสอบสินค้าขาเข้าจากประเทศเวียดนาม “Made in Thailand” ณ เขตปลอดอากร ในจังหวัดชลบุรี ตรวจพบสินค้าเป็นเสื้อละเมิดเครื่องหมายการค้า และสำแดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จ รวมจำนวน 37,650 ตัว มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 215 ล้านบาท และได้จับกุมสินค้าประเภท ชุดสายพ่วง หน้ากากปลั๊ก และเต้ารับไฟฟ้าสวมสิทธิ์และปลอมแปลงถิ่นกำเนิด นำเข้าจากประเทศจีน ณ ท่าเรือแหลมฉบัง แต่ผลิตภัณฑ์ ระบุข้อความ “Made in Thailand” จำนวน 1.1 แสนชิ้น มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า
57 ล้านบาท
- ด่านศุลกากรแม่สอด สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 ตรวจสอบสินค้าขาเข้าใช้สิทธิประโยชน์เขตปลอดอากร
พบแจ็คเก็ต จำนวน 19,980 ตัว และชุดกีฬา จำนวน 17,348 ชุด ในใบขนสินค้าสำแดงถิ่นกำเนิดประเทศจีน แต่ป้ายผ้าที่ติดกับสินค้าระบุข้อความ “MADE IN THAILAND” มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 3 ล้านบาท
กรณีดังกล่าวข้างต้นเป็นการแสดงประเทศกำเนิดของสินค้าไม่ถูกต้องตามความจริง โดยอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดหรือหลงเชื่อว่าสินค้านั้นผลิตหรือทำขึ้นในประเทศไทย อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติห้ามนำของที่มีการแสดงกำเนิดเป็นเท็จเข้ามา พ.ศ. 2481 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมศุลกากรและกรมการค้าต่างประเทศ จะร่วมมือกันดำเนินมาตรการที่เข้มงวด และสกัดกั้นสินค้าที่แสดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม พร้อมปกป้องผู้ประกอบการไทย และส่งเสริมให้มีการแข่งขันทางการตลาดที่เป็นธรรม เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้มั่นคง และยั่งยืน สามารถสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากลต่อไป
# เวทีข่าว เสรีภาพของข่าวสาร

.jpg)




.jpg )


.jpg )
.jpg )
























