ตำรวจแจง!! “ถอยรถเฉี่ยวเด็ก”
เหตุชุลมุตรุมทำร้ายหน้าซอยเรวดี 61 นนทบุรี
📌ตามที่ปรากฎเป็นข่าวบนสื่อออนไลน์ สำนักข่าว โหนกระแสออนไลน์ เมื่อวันที่ 16 เม.ย.69 พาดหัวข่าว “ชายถอยรถติดหลุม ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กล่าวหาทับเด็กก่อนโดนรุมทำร้าย ซ้ำถูกตามต่อยถึงเตียง รพ.” เหตุเกิด บริเวณปากซอยเรวดี 61 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จว.นนทบุรี
สภ.เมืองนนทบุรี ขอชี้แจงข้อมูล ดังนี้
📌พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.69 เวลาประมาณ 00.10 น. ขณะที่พนักงานสอบสวนเวร คดีอาญาปฏิบัติหน้าที่อยู่ ได้มีญาติของ นายอมรฯ อายุ 45 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะซึ่งได้รับบาดเจ็บมาแจ้งความร้องทุกข์ ดำเนินคดีในเหตุที่ถูกรุมทำร้ายร่างกาย เมื่อสอบสวนปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานได้ความ ดังนี้
📌เมื่อวันที่ 13 เม.ย.69 เวลาประมาณ 21.36 น. นายอมรฯ อายุ 45 ปี ได้ขับขี่รถกระบะ โดยมี นางสาวนภาพรฯ อายุ 45 ปี ภรรยาเป็นผู้โดยสารมาด้วยกัน ในเวลาดังกล่าวนายอมรฯ ได้ถอยรถกระบะเพื่อที่จะกลับรถบริเวณปากซอยเรวดี 61 ซึ่งในขณะนั้น ถนนบริเวณดังกล่าวมีร่องน้ำ ทำให้ล้อรถกระบะติดร่องน้ำ นายอมรฯ จึงได้เร่งเครื่องยนต์เพื่อที่จะให้ล้อรถกระบะพ้นจากร่องน้ำ ขณะที่นายอมรฯ เร่ง เครื่องยนต์จนรถกระบะพ้นร่องน้ำแล้ว รถได้พุ่งเข้าไปหากลุ่มเด็กๆ ด้วยความเร็วพอสมควร เกือบที่จะเฉี่ยชนเด็ก ทำให้กลุ่ม ผู้ปกครองเด็กไม่พอใจ ต่อมาเมื่อนายอมรฯได้ขับขี่รถกระบะไปจอด ได้มีกลุ่มผู้ปกครองเด็กเดินเข้าไปที่รถกระบะประมาณ 5 -7 คน จนกระทั่งนายอมรฯ ลงมาจากรถ ได้มีชายไทยสวมเสื้อสีดำ (สืบสวนทราบว่า คือ นายสุกฤษฎิ์ฯ อายุ 34 ปี) ใช้หมัดชกนายอมรฯ ทำให้นายอมรฯ ล้มลงที่พื้นบริเวณข้างรถกระบะ จากนั้นนายสุกฤษฎิ์ฯ , นายอาณัฐฯ อายุ 37 ปี และพวก ได้กระทืบนายอมรฯหลายครั้ง โดยมีนางสาวนภาพรฯ เข้าไปกอดนายอมรฯไว้ ซึ่งขณะนั้นได้มีกลุ่มบุคคลฝ่ายที่ 3 จำนวน 5 -7 คน (คาดว่าจะเป็นญาติของนายอมรฯ) ได้เข้ามาชกต่อยนายสุกฤษฎิ์ฯ และนายอาณัฐฯ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์วิวาท กัน ซึ่งระหว่างที่นายอมรฯ , นายสุกฤษฎิ์ฯ และกลุ่มบุคคลอื่นไม่ทราบชื่ออีกจำนวนหนึ่งล้มลงกับพื้น กลุ่มบุคคลฝ่ายที่ 3 โดยมี ชายไทยไม่ทราบชื่อ ถือท่อพีวีซียาวประมาณ 0.5 เมตร มาฟาดที่นายอาณัฐฯ ที่ชุลมุนอยู่ที่พื้นโดยโดนฟาดไปที่บริเวณหลัง จำนวน 2-3 ครั้ง ทำให้นายปวีร์ฯ ได้ปรี่เข้ามาชกที่ชายคนที่เอาท่อพีวีซีมาทำร้ายนายอาณัฐฯ จนถอยกลับไป ต่อมาก็ได้ มีชายไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อสีขาว ได้ถือขวดเบียร์แก้วสีเขียว มาฟาดบริเวณศรีษะของนายอาณัฐ ฯ แล้ววิ่งหนีไปจากวงที่ชุลมุน กัน ทำให้นายโอภาส ฯ ( สวมเสื้อสีเขียว ) ได้เข้ามาห้ามปรามฝ่ายบุคคลที่ 3 ให้หยุด 2 หลังจากห้ามปรามได้ไม่นาน ได้มีฝ่ายบุคคลที่ 3 อีกจำนวน 4 คน ได้ถือของดังนี้ คนที่1 ถือท่อพีวีซีสีขาว , คนที่ 2 ถือเก้าอี้พับ เหล็กสีเหลือง , คนที่ 3 ถือเก้าอี้พลาสติกสีแดง และ คนที่ 4 ถือเก้าอี้พับเหล็กสีเหลือง พอบุคคลฝ่ายที่ 3 จำนวน 4 คนเข้ามา ทำ ให้บุคคลอีก 2 คน ฝ่ายผู้ปกครองเด็กได้เข้ามาสมทบเพิ่มเติม โดยคนที่ 1 ได้ปรี่เข้ามาหานายโอภาสฯ และใช้เก้าอี้เหล็กฟาดที่ บริเวณศรีษะของนายโอภาสฯ คนที่ 2ได้ยกเก้าอี้สีแดงฟาดไปที่ฝ่ายกลุ่มผู้ปกครอง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งฝ่าย สืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี จะได้ดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
📌รายละเอียดคู่กรณีทั้ง 3 ฝ่าย
ฝ่ายที่ 1 ผู้เสียหาย (ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ)
1.1 นายอมรฯ อายุ 45 ปี
1.2 นางสาวนภาพรฯ อายุ 45 ปี
ฝ่ายที่ 2 ผู้ถูกกล่าวหา (ผู้ปกครองเด็ก)
2.1 นายอาณัฐ ฯ อายุ 37 ปี
2.2 นายกรกตฯ อายุ 33 ปี
2.3 นายปวีร์ฯ อายุ 34 ปี
2.4 นายธนทนฯ อายุ 34 ปี
2.5 นายสุกฤษฎิ์ฯ อายุ 34 ปี
2.6 นายธนากรฯ อายุ 17 ปี
2.7 นายโอภาส ฯ (ห้ามปราม) อายุ 39 ปี
ฝ่ายที่ 3 ชายไทยไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ประมาณ 5 -7 คน (ญาติของผู้เสียหาย)
📌กล่าวหาว่า “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส”
📌วัน/เดือน/ปี เวลา/สถานที่เกิดเหตุ วันที่ 13 เม.ย.69 เวลาประมาณ 21.36 น. เหตุเกิดที่ปากซอยเรวดี 61 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จว.นนทบุรี
📌มูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ การถอยรถกระบะของนายอมรฯ ผู้เสียหาย ที่เกือบจะชนเด็ก ทำให้กลุ่มผู้ปกครอง ไม่พอใจ จึงลงมือก่อเหตุทำร่ายร่างกาย
📌สิ่งที่พนักงานสอบสวนดำเนินการไปแล้ว
1.รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมาย จากผู้เสียหายทั้ง 3 ฝ่าย ซึ่งได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนต่างวันเวลากัน
2.ดำเนินการถ่ายภาพบาดแผลผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน และส่งตัวไปชันสูตรบาดแผลยังโรงพยาบาลรัฐ คือ รพ.พระนั่งเกล้า และ รพ.บางกรวย แล้วทุกคน
3.สืบสวนเก็บรวบรวมพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุทุกมุมกล้อง อีกทั้งรวบรวมไฟล์กล้องวงจรปิดจากพยาน บุคคลซึ่งได้ถ่าย VDO ขณะเกิดเหตุไว้แล้ว
4.นัดหมายผู้เสียหาย พยานบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกปาก เข้าพบพนักงานสอบสวนตามลำดับ เพื่อสอบสวนประกอบคดี
📌สิ่งที่จะดำเนินการต่อไป
1.เร่งรัดรายงานสืบสวน , พิสูจน์ตัวบุคคล เมื่อพบการกระทำความผิดอย่างชัดแจ้งจะได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อไป
2.เร่งรัดผลชันสูตรบาดแผลผู้ได้รับบาดเจ็บจากโรงพยาบาลมาประกอบคดี
3.รายงานผู้บังคับบัญชาตามมลำดับชั้นทราบ และตรวจสอบสำนวนการสอบสวน
https://www.honekrasae.com/content/aezkbObf221xiSDVXoB2?force=1
# ผู้นำวันนี้ DAILY นวัตกรรมแห่งการเปลี่ยนแปลง

.jpg)






















