วช. หนุนทุนวิจัย “นวัตกรรมห้องลดฝุ่นแรงดันบวกควบคู่ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะด้วยเซ็นเซอร์” ขับเคลื่อนเป้าหมายประเทศไทยสู่สังคมอากาศสะอาดอย่างยั่งยืน
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนานวัตกรรม “DUSTBOY ระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนคุณภาพอากาศระดับชุมชนด้วยเครือข่ายเครื่องตรวจวัดระบบเซ็นเซอร์” และ “DustGirl ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในห้องและควบคุมการทำงานเครื่องเติมอากาศเพื่อจัดทำห้องปลอดฝุ่นแรงดันบวก” โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในโครงการ “ห้องลดฝุ่นแรงดันบวกควบคู่ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะด้วยเซ็นเซอร์สำหรับกลุ่มเปราะบางในภาคเหนือ” โดยมี ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 หลากหลายด้าน ตั้งแต่ด้านการพัฒนานวัตกรรมข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ ด้านการลดการเผาในภาคเกษตร ด้านการจัดการไฟป่า ผ่านการใช้เทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และชุมชน เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการอากาศ โดยเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การมีอากาศสะอาดอย่างยั่งยืน
ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า พื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน ลำปาง แพร่ น่าน เชียงราย และพะเยา พบปัญหาปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงมาก และมากเป็นพิเศษในช่วงเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนพฤษภาคม ทำให้ประชากรภาคเหนือมีอัตราการป่วยด้วยกลุ่มโรคที่เกี่ยวกับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศมากที่สุด ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการของระบบประสาทและระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเด็กเล็ก 2-4 ปี การติดตั้งระบบกรองอากาศและลดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพภายในห้องจะสามารถช่วยลดโอกาสในการเกิดปัญหาสุขภาพจากการสัมผัสกับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ พร้อมด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมและติดตามคุณภาพอากาศได้แบบเรียลไทม์ พร้อมเชื่อมโยงฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อติดตามผล ในปัจจุบันได้มีการติดตั้งห้องลดฝุ่นแรงดันบวกแล้วทั้งหมด 65 ห้อง 138 เครื่อง โดยคาดว่าประชาชนกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ประชาชนในพื้นที่ใกล้โรงงาน วัยทำงานในพื้นที่เสี่ยงสูง จะเข้าถึงพื้นที่อากาศสะอาดและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นวัตกรรม “DustBoy” และ “DustGirl” ที่พัฒนาขึ้นนี้ ใช้หลักการทางวิศวกรรมสภาวะแวดล้อมที่เรียกว่า "ระบบแรงดันบวก" (Positive Pressure System) ซึ่งทำงานโดยการเติมอากาศบริสุทธิ์ที่ผ่านการกรองประสิทธิภาพสูงเข้าสู่ภายในห้อง จนความดันภายในสูงกว่าภายนอกเล็กน้อย เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ฝุ่นละอองรั่วไหลเข้าสู่พื้นที่ปิดผ่านรอยรั่วต่างๆ ของอาคาร ควบคู่ไปกับการติดตั้ง "ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ" (Smart Monitoring System) ซึ่งประกอบด้วยเซ็นเซอร์ตรวจวัดค่า PM2.5 , VOC, CO2, อุณหภูมิ และความชื้น ที่สามารถรายงานผลแบบตามเวลาจริง (Real-time) ผ่านระบบคลาวด์ ช่วยให้ผู้ดูแลกลุ่มเปราะบางสามารถประเมินคุณภาพอากาศและตัดสินใจดำเนินการได้อย่างแม่นยำเป็นฐานข้อมูลสำหรับการติดตามผลและวางแผนระยะยาว ความก้าวหน้าของงานวิจัยภายใต้การสนับสนุนของ วช. ครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าการแก้ปัญหา PM2.5 ในกลุ่มเป้าหมายเฉพาะส่วนต้องการการบูรณาการระหว่างเทคโนโลยีระดับสูงและการจัดการเชิงพิ้นที่
# ผู้นำวันนี้ นวัตกรรมแห่งการเปลี่ยนแปลง

.jpg)























