“สคบ. แถลงผลการติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไขปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงบูรณาการในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และการบริการดิจิทัล”
วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดงานแถลงผลการติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไขปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงบูรณาการ หัวข้อ “การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และการบริการดิจิทัล” ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพมหานคร
โดยได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ ดร.สุดาวรรณ สมใจ หัวหน้าโครงการ เป็นผู้กล่าวถึงความเป็นมาและชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการ จากนั้น ดร.ธชะนัน วงศ์ปัน ผู้อำนวยการส่วนนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้กล่าวเปิดการแถลงผลการติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไขปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงบูรณาการในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และการบริการดิจิทัล
การแถลงผลการติดตามและประเมินผลครั้งนี้ ได้เรียนเชิญหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคประชาสังคม เข้าร่วมรับฟังผลการติดตามและประเมินผลโครงการดังกล่าว โดยมี ดร.ชาญเดช เจริญวิริยะกุล เป็นผู้นำการแถลงผลการติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไขปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงบูรณาการ “การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และการบริการดิจิทัล”
โดยเริ่มตั้งแต่การรายงานผลการดำเนินโครงการในกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่กิจกรรม Workshop กรอบแนวคิดในการระดมสมองเพื่อค้นหาทางออกร่วมกัน ภายใต้ระบบนิเวศธุรกรรมดิจิทัลจากต้นน้ำ กลางน้ำ สู่ปลายน้ำ กิจกรรม Focus Group Discussion เป็นการกลั่นกรองและยืนยันกรอบแนวทางโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยมีผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าร่วมกิจกรรม Public Hearing การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ครอบคลุม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม และการเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมโดยมีผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าร่วมกรอบแนวทางการแก้ไขปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงบูรณาการประเด็นการทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และการบริการดิจิทัล ประกอบด้วย 2 แผนปฏิบัติการหลัก 7 แผนงาน 13 โครงการ ผนึกกำลังคุ้มครองผู้บริโภคจากหลายภาคส่วน
ดังนี้ภาครัฐ ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคภาคเอกชน ได้แก่ สถาบันการเงิน & FinTech, แพลตฟอร์มดิจิทัล & e-Commerce, โทรคมนาคม, AI & Cybersecurity, สื่อ & Influencer และองค์กรธุรกิจเชิงนโยบาย
โดย ดร.ชาญเดช เจริญวิริยะกุล ได้แถลงผลการติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไขปัญหาฯ
รวมถึงความสำเร็จในการจัดกิจกรรมสัมมนาเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคยุคดิจิทัล ที่มีเป้าหมายในการสร้างความรู้ด้านเทคโนโลยี ความรู้ด้านสิทธิผู้บริโภค และทักษะการป้องกันตนเอง สอดรับกับนโยบาย "สคบ. พลัส" ที่มุ่งพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายหลัก คือ
ทำงานเชิงรุก มุ่งป้องกันปัญหาก่อนเกิดความเสียหาย
บริการเบ็ดเสร็จ One Stop Service บูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
คุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดูแล e-Commerce อย่างเข้มงวด
นำเทคโนโลยีและ AI มาใช้ เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค
เป็นองค์กรสีขาว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ปราศจากการทุจริต
รวมตลอดจนความสำเร็จในการผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ข้อควรระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และการบริการดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างความรู้รอบให้แก่ผู้บริโภคในการปกป้องตนเองไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคกับการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และการบริการดิจิทัล และช่วงท้ายเป็นการปิดการแถลงผลดังกล่าว
หากผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางแอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือที่ศูนย์ดำรงธรรมในทุกจังหวัด หรือขอรับคำปรึกษาที่สายด่วน สคบ. 1166 และพูดคุย
#สคบ #คุ้มครองผู้บริโภค #ธุรกรรมออนไลน์ #ภัยไซเบอร์ #บริการดิจิทัล #OCPB #OCPBConnect #สายด่วน1166






















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น