‘สุชาติ’ จี้รัฐปฏิรูปราคาน้ำมัน ชูสูตร Cost Plus เลิกอ้างอิงสิงคโปร์ แหน็บกู้เงินอุดหนุนทำกองทุนฯ หนี้พุ่งแสนล้าน
กรุงเทพฯ — 24 ตุลาคม 2569 — ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาล ให้เร่งปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันและบริหารจัดการภาระหนี้สินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศ
ศ.ดร.สุชาติ เปิดเผยว่า ปัญหาราคาน้ำมันและภาระหนี้สินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นของประเทศ โดย ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2569 ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบสูงถึง 103,561 ล้านบาท (แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 62,359 ล้านบาท และบัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 41,202 ล้านบาท) อีกทั้งยังมีเงินกู้คงค้างอีก 37,497 ล้านบาท และภาระค้างจ่ายเงินชดเชยราคาอยู่อีกเป็นจำนวนมาก
"การแก้ปัญหาด้วยการกู้เงินมาอุดหนุนราคาน้ำมันไปเรื่อยๆ เป็นเพียงการผลักภาระหนี้สินไปให้ประชาชนในอนาคต โดยไม่ได้แก้ปัญหาที่โครงสร้างต้นทาง" อดีตรมว.คลัง ระบุ พร้อมชี้ให้เห็นว่า หัวใจของปัญหาคือระบบราคาอ้างอิงหน้าโรงกลั่นแบบ Import Parity ที่นำราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ บวกค่าขนส่งและค่าประกันภัยมาใช้คำนวณ ทั้งที่ประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันเป็นของตนเองและนำเข้าเป็นน้ำมันดิบมากลั่นภายในประเทศ ประชาชนจึงควรได้รับประโยชน์จากประสิทธิภาพการกลั่นในประเทศมากกว่านี้
เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน
ศ.ดร.สุชาติ ได้ยื่นข้อเสนอ 3 ประการต่อรัฐบาล ได้แก่:
ยกเลิกราคาอ้างอิงสิงคโปร์ เปลี่ยนใช้ระบบ Cost Plus: กำหนดราคาหน้าโรงกลั่นจาก "ต้นทุนน้ำมันดิบ + ต้นทุนการกลั่นที่มีประสิทธิภาพ + กำไรที่เหมาะสม" โดยจัดให้มีการตรวจสอบต้นทุนอย่างเป็นอิสระ โปร่งใส เพื่อให้โรงกลั่นได้ผลตอบแทนที่เป็นธรรม และประชาชนไม่ต้องแบกรับราคาที่สูงเกินจริง
เก็บภาษีส่งออกน้ำมันป้องกันขาดแคลน: หากปรับราคาในประเทศต่ำกว่าต่างประเทศและเกรงว่าโรงกลั่นจะส่งออกจนกระทบความมั่นคงพลังงาน ให้พิจารณาเก็บภาษีส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปตามส่วนต่างราคาที่เกิดขึ้น ภายใต้กรอบกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ
ปฏิรูปกองทุนน้ำมันและเลิกอุดหนุนแบบหว่านพืช: ปรับบทบาทกองทุนน้ำมันฯ ให้ทำหน้าที่พยุงราคาเฉพาะยามวิกฤต พร้อมทำแผนลดการขาดดุลและชำระหนี้ที่ชัดเจน ส่วนการช่วยเหลือด้านราคาควรเน้นเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย (Targeted Subsidy) แทนการอุดหนุนทั่วไปที่ผู้มีฐานะดีก็ได้ประโยชน์ด้วย
ศ.ดร.สุชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ไทยยังต้องนำเข้าน้ำมันดิบและไม่อาจหลีกเลี่ยงความผันผวนของตลาดโลกได้ทั้งหมด แต่รัฐบาลไม่ควรมองข้ามการปรับปรุงสูตรราคาที่สะท้อนต้นทุนจริง และต้องไม่ปล่อยให้กองทุนน้ำมันกู้เงินมาอุดหนุนจนสร้างภาระระยะยาวให้คนไทยอีกต่อไป
























ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น