- ผู้นำวันนี้ DAILY

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad ในเนื้อข่าว







วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569

รองนายกฯ “สุชาติ ชมกลิ่น” ลงพื้นที่แหลมฉบัง สั่งตรวจ 18 ตู้สินค้าต้องสงสัย พบลักลอบนำ เข้า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ปนเศษโลหะ น้ำ หนักรวมกว่าหลายแสนกิโลกรัม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามการตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยที่อาจเข้าข่ายการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมควบคุมมลพิษ ในการตรวจสอบและขยายผลขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าของเสียอันตราย


นายพันธ์ทอง ลอยกลุนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการสืบสวน ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามเรื่องสืบสวนที่ 27/2569 ซึ่งพบพฤติการณ์ของขบวนการลักลอบนำ เข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเข้าสู่ประเทศไทย โดยมีการสำแดงชนิดสินค้าเป็น “เศษโลหะ” หรือ “เศษเหล็ก” 
เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่


กรมศุลกากรในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลการนำเข้าและส่งออกสินค้า ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการสำแดงสินค้า เส้นทางการขนส่ง และใช้ระบบบริหารความเสี่ยงร่วมกับเทคโนโลยีการตรวจสอบสินค้า
เพื่อคัดกรองตู้สินค้าที่มีความเสี่ยง พร้อมทั้งสนับสนุนข้อมูลทางศุลกากรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการสืบสวนและดำเนินคดี 


สำหรับการตรวจสอบในวันที่ 10 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้เปิดตรวจ ตู้สินค้าต้องสงสัยรวมจำนวน 18 ตู้ โดยแบ่งเป็น
กลุ่มแรก จำนวน 12 ตู้ เป็นสินค้าของบริษัทเอกชนรายหนึ่ง สำแดงสินค้าเป็น “เศษเหล็ก” ประเทศกำเนิดประเทศเฮติแต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็น เศษเหล็กปะปนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเข้าข่ายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ น้ำหนักรวมประมาณ 284,919 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 2.53 ล้านบาท
กลุ่มที่สอง จำนวน 4 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่ได้รับข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเครือข่าย 
Basel Action Network (BAN) ซึ่งเป็นองค์กรเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายขยะอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ 


โดยสำแดงเป็นสินค้า “Metal Scraps” และ“Mixed Metal” จากประเทศสหรัฐอเมริกา มีปลายทางการขนส่งไปยังประเทศญี่ปุ่นและฮ่องกง
กลุ่มที่สาม จำนวน 2 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่กรมศุลกากรได้อายัดไว้ เนื่องจากผู้นำเข้ามีประวัติได้รับแจ้งข้อมูลจากเครือข่าย BAN โดยสำแดงสินค้าเป็น “เศษอลูมิเนียม” จากประเทศสหรัฐอเมริกาและเนเธอร์แลนด์

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าตู้สินค้าบางส่วนเข้าข่ายเป็น ขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตราย ที่นำเข้าโดยผิดกฎหมาย ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายไทย และ อนุสัญญาบาเซล (Basel Convention)
ว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดน

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ที่มุ่งป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน 
พร้อมยํ้าจุดยืนของประเทศไทยว่าจะไม่เป็นแหล่งทิ้งหรือทางผ่านของของเสียอันตรายจากต่างประเทศ

กรมศุลกากรยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการผลักดันส่งสินค้าดังกล่าวกลับไปยังนอกราชอาณาจักร และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ

# เวทีข่าว เสรีภาพของข่าวสาร

Post Bottom Ad ท้ายข่าว













Pages