- ผู้นำวันนี้ DAILY
" height=" " /> " height=" " />

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad













วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569

อว. นำ วช. - สวทช. มอบรางวัลสุดยอดผลงาน “LLM สัญชาติไทย” ดัน 24 ต้นแบบยกระดับงานวิจัยสู่การใช้งานจริง


เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผลงานดีเด่น (Best Practice) จากการประกวดโครงการ Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026 “จุดไฟนวัตกรรมวิจัยด้วย LLM สัญชาติไทย” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  และศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เข้าร่วมประกวดโครงการ เข้าร่วม ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 สำนักงานปลัดกระทรวง อว. 


ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล กล่าวว่า การประกวดโครงการ Bootcamp: LLM Research Challenge Thailand 2026 จุดไฟนวัตกรรมวิจัยด้วย LLM สัญชาติไทย มุ่งเน้นการขับเคลื่อนระบบ ววน. ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงงนโยบาย นักวิจัย และผู้ใช้ประโยชน์ โดยนำ AI มาประยุกต์ใช้กับข้อมูลวิจัยและนวัตกรรม เพื่อทำให้งานวิจัย “เข้าถึงได้ง่าย ใช้งานได้จริง” ผ่านการพัฒนาระบบสืบค้นและถามตอบด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ช่วยให้ประชาชน นักวิจัย และหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และนำไปใช้ประโยชน์ โดย วช. ได้ประสานความร่วมมือกับ สวทช. ที่มีความเข้มแข็งทางด้านเทคโนโลยี และนำเครื่องมือที่พัฒนามาจากผลงานวิจัยของนักพัฒนาคนไทยมาใช้ประโยชน์ในโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนับสนุนระบบนิเวศของ อว. โครงการนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูล ผ่านการใช้ AI ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างผลงานต้นแบบที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กรและระดับประเทศ 


“ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านทั้ง 24 ผลงาน ที่ผ่านการคัดเลือก ผ่านการบ่มเพาะองค์ความรู้ และพัฒนาทักษะ โดยในระยะต่อไป ขอให้ทุกผลงานในวันนี้ เป็นต้นแบบไปสู่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในหน่วยงานของท่าน และนำร่องเชื่อมโยงองค์ความรู้งานวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมขยายผลการบูรณาการงานวิจัยภายใต้นโยบายบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งในส่วนนี้ อว. ยินดีสนับสนุนการยกระดับให้มีความสามารถในการบริการงานวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว” ปลัดกระทรวง อว. กล่าว


ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศต่อยอดจากการพัฒนาระบบสืบค้น ถามตอบข้อมูลวิจัยและนวัตกรรมด้วย LLM สัญชาติไทย ซึ่งสอดคล้องตามนโยบายของกระทรวง อว. ในการส่งเสริมการใช้ AI เพื่อยกระดับภาครัฐ ภาคการศึกษา รวมถึงภาคอุตสาหกรรม โดย วช. สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม พร้อมขับเคลื่อนร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร และผลักดันการนำเทคโนโลยี Large Language Model หรือ LLM ไปสู่การใช้งานจริงรวมถึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลในระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ตลอดการดำเนินโครงการที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานทั่วประเทศกว่า 110 คน และเกิดข้อเสนอการใช้งานจริงรวมทั้งสิ้น 24 ผลงาน ซึ่งหลายผลงานมีศักยภาพในการต่อยอดสู่บริการสาธารณะ และการตัดสินใจเชิงนโยบาย โดยในวันนี้ ทั้ง 24 ทีม ที่เป็นการรวมตัวจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา เพื่อนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการและคัดเลือกผลงานที่เป็น Best Practice ของประเทศ วช. ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนระบบ ววน. ได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงทั้งนักวิจัย ผู้ใช้ประโยชน์ และผู้กำหนดนโยบาย เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้ได้จริง และเกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างเป็นรูปธรรม


ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ กล่าวว่า สวทช. เป็นขุมพลังทางเทคโนโลยี ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นฟันเฟืองด้านนวัตกรรมดิจิทัล (Technology Provider) ที่ช่วยสนับสนุนเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานให้แก่เหล่านักพัฒนาในโครงการ เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI สัญชาติไทยที่สมบูรณ์ โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา สวทช. ทีมวิจัย เนคเทค มุ่งมั่นพัฒนาเครื่องมือ AI ที่มีความเข้าใจบริบทภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็น OpenThaiGPT หรือโมเดลเฉพาะทางอื่น ๆ ดังนั้นการวิจัยและพัฒนาของ สวทช. จึงไม่ได้มองแค่การพัฒนาโค้ด แต่เรากำลังสร้าง ‘Digital Ecosystem’ ที่เอื้อให้เกิดการนำงานวิจัยไปปรับใช้ในเชิงพาณิชย์และบริการภาครัฐ เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและสร้างอำนาจต่อรองให้ประเทศไทยในเวทีโลก


ทั้งนี้ ทีมที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย 
1.) รางวัลชนะเลิศ มูลค่า 60,000 บาท ได้แก่ “ทีม B05 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร” 
2.) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มูลค่า 40,000 บาท ได้แก่ “ทีม B01 กรมประชาสัมพันธ์”
3.) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มูลค่า 20,000 บาท ได้แก่ “ทีม B12 มหาวิทยาลัยมหิดล งานสารสนเทศเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลทางสุขภาพ ฝ่ายสารสนเทศ สำนักงานคณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี”
4.) รางวัลพิเศษ NRCT Special Award มูลค่า 10,000 บาท ได้แก่ ทีม B18 มหาวิทยาลัยศิลปากร ภาควิชาคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ และทีม B13 มหาวิทยาลัยรังสิต
5.) รางวัลขวัญใจกรรมการ มูลค่า 5,000 บาท ได้แก่ ทีม B04 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และทีม B06 บริษัท IDS training
6.) รางวัลขวัญใจกรรมการ (ดาวรุ่ง) มูลค่า 5,000 บาท ได้แก่ ทีม B10 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย คณะเทคโนโลยีการจัดการ (สงขลา) 
7.) รางวัลชมเชย มูลค่า 5,000 บาท ได้แก่ ทีม B07 บริษัท Aircamp ทีม B11 มหาวิทยาลัยบูรพา คณะวิทยาการสารสนเทศ ทีม B14 มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ทีม B15 มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ทีม B16 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทีม B17 มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ทีม B19 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทีม B20 สถาบันเทคโนโลยีดิจิทัล มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ทีม B21 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ทีม B22 สำนักงานกิจการยุติธรรม ทีม B23 สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ทีม B24 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ทีม B25 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทีม B26 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และทีม B27 สำนักงานศาลปกครอง

# เวทีข่าว เสรีภาพของข่าวสาร

Post Bottom Ad

Pages