สภาการศึกษาจัดเสวนาปีการศึกษาเฉลี่ยปี ๖๔ เพิ่มโอกาสทางการศึกษา พัฒนากำลังคนทัดเทียมนานาชาติ - ผู้นำวันนี้ DAILY

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad



วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

สภาการศึกษาจัดเสวนาปีการศึกษาเฉลี่ยปี ๖๔ เพิ่มโอกาสทางการศึกษา พัฒนากำลังคนทัดเทียมนานาชาติ



วันนี้ (๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดการการประชุมเสวนาและรับฟังความคิดเห็น เรื่อง ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทย ปี ๒๕๖๔ ผ่านเครือข่ายระบบออนไลน์ โดยมี รองเลขาธิการสภาการศึกษา (ดร.สวัสดิ์ ภู่ทอง) พร้อมคณะผู้บริหาร สกศ. ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารการศึกษา นักวิชาการ ครูผู้สอน ประชาชนที่สนใจตลอดจนสื่อมวลชน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางออนไลน์ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID - 19) ถ่ายทอดสดผ่านสื่อดิจิทัล Facebook และ YouTube : OEC News สภาการศึกษา

ดร.สวัสดิ์ ภู่ทอง รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า การประชุมเสวนาและรับฟังความคิดเห็น เรื่อง ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทยปี ๒๕๖๔ ในครั้งนี้ สภาการศึกษาซึ่งเป็นองค์กรหลักด้านการขับเคลื่อนและพัฒนากำลังสู่เวทีโลก มีเป้าหมายให้คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยข้อเสนอแนะและความคิดเห็นเกี่ยวมุมมองเกี่ยวกับจำนวนปีการศึกษาของประชากรไทยจากผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้ช่วยสะท้อนแนวทางการเพิ่มจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยและการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาและวางแผนพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

สำหรับการประชุมครั้งนี้มีการนำเสนอ “ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทย ปี ๒๕๖๔” โดย นายภาณุพงศ์ พนมวัน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษาแห่งชาติ ปีการศึกษาเฉลี่ยถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในดัชนีด้านการศึกษาทั้งระดับประเทศและนานาชาติ ซึ่งใน พ.ศ. ๒๕๖๔ นั้นมีจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยรายจังหวัดในวัยแรงงานอายุ ๑๕-๕๙ ปีดีขึ้นจาก พ.ศ. ๒๕๖๔๓ จำนวน ๕ จังหวัด ได้แก่ ชุมพร เพชรบูรณ์ กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ และกาญจนบุรี และจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยทุกกลุ่มอายุมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี โดย สกศ. พบข้อมูลน่าสนใจว่าในปี ๒๕๖๔ จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทยวัยแรงงาน (กลุ่มอายุ ๑๕ - ๕๙ ปี) ซึ่งเป็นกำลังแรงงานสำคัญปัจจุบัน เท่ากับ ๙.๙๖ ปี หรือมีการศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แต่ยังห่างจากค่าเป้าหมายถึง ๒.๕๔ ปี จากเป้าหมายในปี ๒๕๗๙ ในการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ อยู่ที่ ๑๒.๕ ปี หรือมีการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นอย่างต่ำ ซึ่งแนวโน้มจะถึงค่าเป้าหมายได้ยาก เนื่องจากต้องเพิ่มโดยเฉลี่ยปีละ ๐.๑๘ ปี 

ทั้งนี้มีข้อเสนอในการพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อพัฒนากำลังคนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยต้องผลักดันระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการบริหารและจัดการศึกษาอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม มุ่งจัดการศึกษาเชิงรุกให้กับประชาชนเข้าเรียนในระบบโรงเรียนได้อย่างสะดวก พัฒนาหลักสูตรและวิธีการสอนให้มีรูปแบบที่หลากหลาย รวมถึงบูรณาการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการวางแผนการจัดการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพตั้งแต่แรกเกิดจนเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ตอบสนองต่อตลาดแรงงานและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้จัดเสวนาเรื่อง รูปแบบและหลักสูตรที่ตอบสนองต่อวิถีชีวิตในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงทางการศึกษา โดยมี ดร.ตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ ที่ปรึกษา รมว.ศธ. ด้านนโยบายและการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย อาจารย์พรวิทย์ พัชรินทร์ตนะกุล ผู้แทนจากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายอรรถการ ตฤษณารังสี ประธานอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล ร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวทางการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพื่อให้คนไทยได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น ผลักดันหลักสูตรทางการศึกษาตามความสนใจส่วนบุคคลของผู้เรียนตอบสนองโลกยุคใหม่ ใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กำหนดนโยบายพัฒนาการศึกษาของประเทศให้สามารถแข่งขันกับนานาชาติและพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน โดย ดร.ตวง อันทะไชย ได้กล่าวว่า โลกตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างศตวรรษที่ 21 กับโรคไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดข้อคำถามว่า ทำไมทุกคนต้องเรียน 8 สาระวิชา ทำไมเราต้องเรียน 1,200 ชั่วโมง ทำไมเราต้องเรียน 6 ปี 12 ปี หรือ ปริญญาตรี 4 ปี เพราะโลกนี้ไม่ได้บอกว่าเราต้องจบ มัธยมศึกษา หรือปริญญาถึงจะประสบความสำเร็จ ในโลกสมัยใหม่เป็นโลกที่ให้ผู้ค้นหาตัวตนเพื่อดึงศักยภาพของตัวเองออกมา มากกว่าการพูดถึงปีการศึกษาเฉลี่ยหรือการจบปริญญา ซึ่งเป็นโลกในทิศทางที่เป็นพหุปัญญา เป็นการดึงศักยภาพตัวเองเพื่อให้เราใช้ชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัย มีข้อเสนอโลกที่เปลี่ยนไป การศึกษาก็ต้องเปลี่ยนไปและมีงานทำ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของประเทศไทย คือการเพิ่มคุณภาพประชากรไทยเริ่มจากการพัฒนาเด็กตั้งแต่ปฐมวัย ลดการตกหล่นจากระบบการศึกษา ยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการฝึกทักษะแรงงาน ทดลองเปลี่ยนแปลงการศึกษาทั้งระบบ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ลดความเหลื่อมล้ำ ปรับเปลี่ยนหลักสูตรที่ตอบสนองต่อวิถีชีวิตและเพิ่มโอกาสการศึกษา อาจารย์พรวิทย์ พัชรินทร์  ตนะกุล กล่าวว่า ถ้าเราเปรียบเทียบการสอนเด็กเหมือนการผลิตสินค้า เราต้องรู้จัก output ว่าเราต้องการอะไร และ Input คืออะไร ต้องมีกระบวนในการประมวลผล ถ้ากระบวนการถูกต้องทั้งหมดถูกต้องเราก้จะได้สินค้าที่มีคุณภาพ ในการผลิต(พัฒนา)เด็ก Input คือ นักเรียน/นักศึกษา Process คือ กระบวนการพัฒนาการเรียน การสอน ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่จะพัฒนาเด็กที่จะผลิต Output ออกมา คือ ผู้สำเร็จการศึกษาให้เป็นตามที่ชาติต้องการ

ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ กล่าวว่า ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทยที่รายงานผลในแต่ละปีควรมีการนำมาเป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกับโซลูชั่นที่ดีและใหม่เพื่อให้เทรนที่มีอยู่ทุกวันนี้มีความเกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกัน โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศในปีนี้พบว่า GDP ของปี 64 อยู่ที่ 1.6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการจ้างแรงงาน การมีอาชีพ การมีรายได้ของประเทศลดลง เมื่อพบว่า GDP ลดลงในการจ้างแรงงาน การศึกษาในวัยแรงงานต้องมีการปรับตัวหรือไม่ จะอย่างไรให้คนมีอาชีพที่มั่นคง ซึ่งในปีนี้มีพบว่าอัตราการตายที่มากกว่าการเกิด ทำให้ประชากรลดลง นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราการเกิดที่มีคุณภาพนั้นลดลงมาก ทำให้รัฐบาลต้องมีนโยบายที่ส่งเสริมการเกิดที่มีคุณภาพ เช่น การมีที่อยู่อาศัย ค่าใช้จ่ายในการศึกษา เป็นต้น  การทำให้เด็กมีคุณภาพต้องเริ่มตั้งแต่แรกเกิด ด้วยการหาเครื่องมือให้ได้มากที่สุดที่ทำให้เด็กมีสุขภาพที่ดี การเรียนรู้ของคุณแม่ในการดูแลลูก การศึกษาที่ไม่ใช่เฉพาะในระบบแต่เป็นการศึกษาที่มีทุกรูปแบบทุกมิติ ถ้าเด็กไม่มีคุณภาพตั้งแต่แรก ประชากรในวัยแรงงานในวันข้างหน้าจะด้อยคุณภาพตามไปด้วย  ต้องหาโจทย์ที่ตีให้แตก นำไปสู่การพัฒนาที่แท้จริงทั้งระบบและนำข้อมูลปีการศึกษาเฉลี่ยมาใช้ในการขับเคลื่อนเป็นกระบวนการในการจัดการศึกษาที่ปรับเปลี่ยนและเท่าทันต่อเหตุการณ์ตามความต้องการของประชากร 

นายอรรถการ ตฤษณารังสี
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

Post Bottom Ad




Pages